บทความนี้ จะเป็นบทความ เพื่อเป็นบทเรียนให้กับผุ้อ่าน
 
จากประสพการณ์จริงของแม่ค้าคนหนึ่ง
 
ต้องการให้ผู้อ่านได้เรียนรู้เกี่ยวกับ Consumer Behavior หรือ พฤติกรรมผู้ซื้อ
 
เผื่อวันหนึ่งข้างหน้า ท่านอาจจะต้องพบเจอกับลูกค้าแบบนี้บ้าง
 
เพราะในชีวิตคนเรา ทุกคน ต่างก็เป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขายในเวลาเดียวกัน
 
อยากให้เป็นบทเรียนเตือนใจให้กับทุกคน
 
และสำหรับคนที่กำลังคิดจะเปิดร้านขายเสื้อผ้า
 
มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิด
 
 
 
 
 
บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังต้อนรับลูกค้าอยู่นั้น
 
 
ก็มีสาวสวยคนหนึ่งเดินเข้ามา
 
 
เธอมีใบหน้าที่สวยได้รูป รูปร่างก็อ้อนแอ้น มีน้ำมีนวลมากๆ
 
 
มีผมที่ยาวตรงถึงกลางหลัง
 
 
เธอเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึี่่ง
 
 
วันนี้ เป็นวันแรกที่เธอเข้ามาร้านฉัน
 
 
เธอหยิบเสื้อตัวหนึ่งเข้าไปลองในห้อง
 
 
แล้วเธอก็ตัดสินใจซื้อมันออกไป
 
 
วันนี้ เราเป็นมิตรกันด้วยดี
 
 
เราแลกเบอร์โทรศัพท์กัน
 
 
 
 
 
แล้วอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์
 
 
เธอก็โทรมาหาฉันถามว่า มีสินค้าใหม่มาอีกไหม
 
 
หลังจากนั้นอีกสามสี่วัน เธอก็มาที่ร้านฉันอีก
 
 
คราวนี้เธอใส่เสื้อผ้าสบายๆมา
 
 
คงตั้งใจมาเลือกลองสินค้าของที่ร้าน
 
 
บังเอิญว่า วันนั้น ที่ร้านไม่ค่อยมีลูกค้าเท่าไหร่
 
 
แล้วทางร้านเองก็เป็นวันที่เข้าสินค้าใหม่ไปพร้อมกันด้วย
 
 
ช่วงเวลาที่เธอเข้ามานั้น ก็ประจวบกับที่ทางร้านกำลังจัดเรียงสินค้าใหม่พอดี
 
 
เธอก็มาเลือกเอาชุดที่เธอชอบไปลอง
 
 
ระหว่างที่เธอเลือกลองอยู่นั้น
 
 
ทั้งฉันและน้องผู้ช่วย ก็เร่งจัดสินค้าตีราคากันต่อไป
 
 
ระหว่างที่เธอกำลังลองสินค้าอยู่นั้น
 
 
เธอก็เรียกพวกเราเป็นระยะ ระยะ
 
 
"รูดซิปให้หน่อย"
 
 
"เอาอีกสีมาลอง"
 
 
"อีกแบบที่ดูไว้ เอามาสิ"
 
 
(น้ำเสียง สั่งการมากๆ)
 

โดยปกติแล้ว ทางร้านจะเป็นร้านที่บริการลูกค้าชนิดที่เรียกว่า ลูกค้าคือพรเจ้าอยู่แล้ว
 
 
แต่คงไม่ถึงขนาดลงไปล้างเท้าให้ขนาดนั้น
 
 
เพราะเรามีนโยบายว่า คุณลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้า ต้องได้ความสบายใจกลับไป
 
 
คุณลูกค้าไม่ได้มารบกัับเรา
 
 
เธอที่อยุ่ในห้องลอง เดินออกมาเป็นระยะๆ
 
 
มาส่องกระจกข้างนอกบ้างอะไรบ้าง
 
 
แล้วก็สั่งการเป็นระยะ
 
 
"รูดซิปให้ด้วย"
 
 
"ติดกระดุมให้ด้วย" (ทั้งที่กระดุมนั้นอยู่ด้านหน้า)
 
 
"ปลดกระดุมให้ด้วย"
 
 
"รูดซิปให้ด้วย"
 
 
"เอาเข็มขัดที่เข้ากันด้วย"
 
 
"ติดเข็มขัดให้ด้วย"
 
 
เธอลองชุดอยู่ำัพักใหญ่ แล้วเธอก็เหลือบมามองเห็นรองเท้า
 
 
เธออยากลองรองเท้าคู่นั้นแล้ว
 
 
แล้วเธอก็สั่งว่า
 
 
"ใส่รองเท้าให้ด้วย"
 
 
แล้วเธอก็ยืนเอาไว้ ยื่นเท้าเธอออกมา
 
 
ทั้งฉันและผู้ช่วย ต่างก็ตะลึงไปตามๆกัน
 
 
ตั้งแต่เปิดร้านมา ส่วนมาก คนไทยจะมีมารยาทกันมากๆๆๆๆ
 
 
การที่ให้ผู้อื่นมาสวมใส่รองเท้าให้ตนนั้น มันค่อนข้างเป็นการไม่ควร
 
 
ส่วนมากลูกค้ามาที่ร้านก็จะสวมลองรองเท้ากันเอง
 
 
นอกจากว่า เราเห็นลูกค้าสวมไม่ได้ เราก็จะนั่งลงไปช่วย
 
 
เช่นช่วยติดสายรองเท้าให้
 
 
คุณลูกค้าท่านอื่นๆจะเกรงใจมาก
 
 
ส่วนมากจะบอกว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวติดเอง
 
 
ไม่ก็จะรีบชักเท้าออก
 
 
แต่ยังไม่เคยมีใครสั่งว่า
 
 
"ใส่รองเท้าให้ด้วย"
 
 
เท่านั้นยังไม่พอ
 
 
 
"ถอดรองเท้าให้ด้วย"
 
 
ก็ยังเป็นประโยคที่ตามออกมาต่อจากเธอคนนั้นด้วย
 
 
 
ผู้ช่วยฉันเป็นคนทำให้เธอหมดทุกอย่าง
 
 
ฉันเจ็บปวดแทนผู้ช่วยของฉันมาก
 
 
ฉันไม่ได้ตกลงให้น้องผู้ช่วยของฉันมาช่วยฉันทำงานสวมใส่รองเท้าให้ผู้อื่นแบบนี้
 
 
ทั้งฉันและ น้องผู้ช่วยต่างก็พยายามอดทนกับเธอคนนั้นจนการซื้อขายลุล่วงไป
 
 
เธอได้ิสินค้าออกไป พร้อมกับทิ้งชุดที่เธอไม่เอาไปด้วยไว้เบื้องหลัง
 
 
อย่างมากลูกค้ารายอื่นๆ ก็จะไม่ได้กลับชุดลองคืน
 
 
แต่ เธอคนนั้นทิ้งชุดกองไว้ที่พื้น เหมือนขยะ ที่เธอไม่ต้องการแล้ว
 
 
พอชุดไหนเธอจะเอา เธอก็จะ เอามันมาวางไว้บนโต๊ะ
 
 
แต่ชุดไหนที่เธอไม่พอใจกับมัน เธอก็จะถอดออกและกองไว้กับพื้น เดินข้ามไปมา
 
 
ฉันต้องรีบไปตามเก็บชุดเหล่านั้นขึ้นมาและใส่ไม้แขวนโดยไว
 
 
มิเช่นนั้นชุดจะยับ และต้องมารีดไอน้ำกันใหม่อีกหน
 
 
เพราะถึงเธอคนนั้น จะไม่ต้องการมันก็ตามที
 
 
แต่มันยังเป็นสินค้าของทางร้าน
 
 
มันยังเป็นที่ต้องการของคนอื่นได้อีก
 
 
 
หลังจากที่เธอออกไปได้สี่ห้าชั่วโมง
 
 
ก็มีเสียงโทรศัพท์ ดังขึ้น
 
 
เป็นเสียงของเธอ ฉันจำได้ดี
 
 
"เมื่อกี้ที่ไปซื้อเสื้อที่ร้าน พันสอง จำได้ไหม"
 
 
"จำได้ค่ะ"
 
 
"ฉันซื้อไปตั้งพันสอง ทำไมทำอะไรแบบนี้
 
 
เข็มขัดที่ฉันซื้อทำไมไม่ใส่ลงมาให้ด้วย
 
 
นี่ต้องให้ฉันกลับไปอีกรอบใช่ไหม"
 
 
ฉันรีบหันไปถามน้องผุ้ช่วย น้องผู้ช่วยก็บอกว่า ใส่แล้ว ใส่ไปกับมือของตัวเองเลย
 
 
ฉันจึงรีบไปหาที่กองเข็มขัด ก็ไม่มีแล้ว เส้นที่เธอคนนั้นชอบ
 
 
ฉันก็บอกกับเธอไปว่า ที่ร้านไม่มีแล้วนะคะ
 
 
ตั้งใจว่า ถ้าเธอหาไม่พบจริงๆ คงต้องให้น้องนั่งรถเอาเส้นใหม่ไปคืนให้
 
 
ก็พยามถามเธอดีดีว่า
 
 
"พี่ลองหาดูอีกทีหรือยังค่ะ"
 
 
"ฉันเทออกมาค้นจนทั่วแล้ว ไม่มี แย่มากเลยนะที่ร้านเนี่ย"
 
 
แล้วสักครู่
 
 
"อ้อ เจอละ โทษที"
 
 
ตู้ด ตู้ด ตู้ด
 
 
 
เธอวางสายไปแล้ว
 
 
ในใจฉันตอนนี้ มีกาน้ำเดือดๆกว่าร้อยองศา อยุ่หนึ่งใบ
 
 
มันร้อนนนนน ร้อนมากกกกก
 
 
นั่งสงบสติอารมณ์อยู่นานมาก
 
 
ใจลึกๆ อยากโทรกลับไปด่าเธอให้ถึงบรรพบุรุษรากเง่าเทือกเขาเหล่ากอของหล่อนเลยทีเดียว
 
 
แต่ อีกใจก็คิด เราเปิดร้านมาบริการ
 
 
อย่าไปมีเรื่องเลยดีกว่า อดทนไว้
 
 
ลูกค้ามีหลายๆรูปแบบ
 
 
ถือว่าเป็นบทเรียน
 
 
แล้วทุกอย่างก็ผ่านไป
 
 
 
แล้วเธอก็กลับมาอีกหนในวันนี้
 
 
พฤติกรรมเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
 
 
ก็รับมือกันไป
 
 
 
 
 
 
หลังจากนี้ ฉันคงต้องคิดค่า เซอร์วิสชาร์ต กับเธอด้วยแล้วมั้ง
 
 
เมื่อพฤติกรรมลูกค้าเป็นแบบนี้ ฉันก็ต้องแก้ไขไป
 
 
เพราะยังไงซะ เธอก็คือลูกค้าของที่ร้าน
 
 
ฉันคงต้องเตรียมตระกร้าไว้ให้เธอใส่เสื้อที่เธอไม่ต้องการจะซื้อไป
 

เรื่องลองรองเท้า คงต้องคิดเิงินค่าบริการต่างหากออกไปอีก
 
 
"ถ้าจะให้บริการสวมรองเท้าให้ด้วย คิดค่าบริการครั้งละ หนึ่งร้อยบาท"
 
 
 
 
 
 
ปัญหา มีไว้พุ่งชน
 
 
ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้มใจ
 
 
 
 
 
 
 
คราวหน้า มีพฤติกรรมแปลกๆของลูกค้าจะเอามาเขียนเล่าให้อ่านอีกนะคะ
 
 
เป็นกำลังใจให้แม่ค้าทุกคนค่ะ
 

edit @ 22 May 2011 09:40:53 by Meiling74

edit @ 22 May 2011 09:41:25 by Meiling74

Comment

Comment:

Tweet

ทำไปเถอะคะเพื่อเงินเพื่อทอง
big smile

#5 By Dark-kanita on 2011-05-23 17:39

สู้ๆ นะคะ คนเราก็มีหลายแบบจริงๆ sad smile
ดูจากที่ห้าแตกแล้วคงจะไม่มาแล้วมั้ง (!?)

#4 By PoringNoi~* on 2011-05-22 18:14

ลูกค้าคนนี้นิสัยแย่มาก
ลูกค้าพี่จุ๋มแปลกมาก - -

#2 By angeltetsu on 2011-05-22 09:53

ลูกค้ามีหลายแบบ...

และบางรายราวกับจะเป็นผู้ที่เหนือมนุษย์ 555+ sad smile big smile big smile